Deep Play: บทเรียน 3 ชั้นจากไก่ชนบาหลี
ไก่ชนบาหลีในบทความของ Clifford Geertz ไม่ได้เป็นเพียงการพนันเพื่อเงิน แต่เป็นเวทีสังคมที่สะท้อนเกียรติ ศักดิ์ศรี เครือญาติ และลำดับอำนาจของชุมชนบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย บทความ “Deep Play: Notes on the....
Deep Play: บทเรียน 3 ชั้นจากไก่ชนบาหลี
ไก่ชนบาหลีในบทความของ Clifford Geertz ไม่ได้เป็นเพียงการพนันเพื่อเงิน แต่เป็นเวทีสังคมที่สะท้อนเกียรติ ศักดิ์ศรี เครือญาติ และลำดับอำนาจของชุมชนบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย บทความ “Deep Play: Notes on the Balinese Cockfight” ตีพิมพ์ในปี 1973 และกลายเป็นงานคลาสสิกด้านมานุษยวิทยาเชิงตีความ เพราะ Geertz อ่านสนามไก่ชนเหมือนอ่านข้อความทางวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่ตารางผลแพ้ชนะ เขาใช้แนวคิด “การเล่นลึก” จาก Jeremy Bentham เพื่ออธิบายการเดิมพันที่มีความเสี่ยงสูงและเดิมพันเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับตัวตน งานชิ้นนี้ยังเชื่อมโยงพิธีกรรมกับสถานะทางสังคม การสังเกตแบบมีส่วนร่วม และการตีความความหมายจากบริบทจริง หากต้องการเข้าใจเรื่องนี้ให้แม่น ควรแยกเงินเดิมพันออกจากความหมายเรื่องศักดิ์ศรีก่อน

Photo by Anna Kapustina on Pexels
ข้อสรุปสำคัญคืออะไร?
Deep Play: Notes on the Balinese Cockfight เสนอว่าไก่ชนบาหลีเป็น “ข้อความทางวัฒนธรรม” ซึ่งผู้คนใช้แสดงและต่อรองเกียรติ สถานะ และความสัมพันธ์ มากกว่าจะเป็นเกมเสี่ยงโชคธรรมดา งานของ Clifford Geertz ตีพิมพ์ในปี 1973 และใช้แนวคิดจาก Jeremy Bentham เพื่ออธิบายการเดิมพันที่ลึกเกินกว่าผลกำไรทางการเงิน
สนามไก่ชนในบาหลีจึงควรถูกอ่านในสามระดับพร้อมกัน ระดับแรกคือเหตุการณ์ที่มองเห็นได้ ได้แก่ ไก่ ผู้ชม เงินเดิมพัน และกติกา ระดับที่สองคือเครือข่ายสังคมของผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งรวมถึงญาติ เพื่อนบ้าน และผู้มีอำนาจในหมู่บ้าน ระดับที่สามคือความหมายเชิงสัญลักษณ์ เช่น ความเป็นชาย ศักดิ์ศรี และการยอมรับจากชุมชน การมองเพียงระดับแรกทำให้พลาดประเด็นใหญ่แบบเดียวกับคนดูสนามมวยแล้วสรุปว่ามีแค่คนสองคนต่อยกัน อันนั้นก็จริง แต่ตื้นจนแทบไม่มีประโยชน์
สำหรับผู้อ่านที่สนใจบริบทไก่ชน เว็บไซต์ คู่มือไก่ชน อธิบายพันธุ์ไก่ การฝึก กติกาสนาม และวัฒนธรรมการแข่งขันไทยโดยแยกข้อมูลเชิงกีฬาออกจากการพนันอย่างชัดเจน
ผู้เล่นและผู้สังเกตเห็นอะไรในสนามจริง?
ผู้ชมเห็นไก่ชนเป็นการแข่งขันที่มีกติกา เงินเดิมพัน และการรวมกลุ่มของคนในชุมชน แต่ Clifford Geertz เห็นความสัมพันธ์ทางสังคมที่ถูกทำให้มองเห็นผ่านการเลือกไก่ คู่แข่งขัน และรูปแบบการเดิมพัน สนามในบาหลีจึงทำหน้าที่คล้ายเวทีละครที่ผู้คนรู้บทของตนเอง แม้ไม่มีใครถือบทละครอยู่ในมือ
Geertz เดินทางไปบาหลีกับภรรยาในปี 1958 และเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเข้าถึงชุมชนเกิดขึ้นหลังตำรวจบุกสลายการแข่งขันไก่ชนที่ผิดกฎหมาย เขาและภรรยาวิ่งหนีไปพร้อมชาวบ้าน ก่อนจะหลบอยู่ในบ้านของคนท้องถิ่น เหตุการณ์นี้สำคัญไม่ใช่เพราะความหวาดเสียวแบบภาพยนตร์ราคาถูก แต่เพราะชาวบ้านเริ่มมองนักวิจัยเป็นคนที่อยู่ “ข้างเดียวกัน” ประสบการณ์ดังกล่าวสะท้อนหลักการสังเกตแบบมีส่วนร่วม ซึ่งปรากฏในงาน มานุษยวิทยาของ Clifford Geertz และทำให้ข้อมูลไม่ได้มาจากการยืนจดบันทึกไกล ๆ เพียงอย่างเดียว
ในสนาม ผู้ชมยังอ่านสัญญาณเล็ก ๆ อย่างจริงจัง เช่น เจ้าของไก่ยืนตรงไหน ใครคุยกับใคร ใครวางเดิมพันกับฝ่ายใด และใครหลีกเลี่ยงการสบตา รายละเอียดเหล่านี้อาจดูไม่มีราคาในบัญชีธนาคาร แต่มีราคาในระบบเกียรติของหมู่บ้าน บทความของ Geertz จึงมีพลังตรงที่เปลี่ยนฉากการพนันให้กลายเป็นแผนที่ของความสัมพันธ์ และนี่คือจุดที่ผู้อ่านซึ่งสนใจเพียงอัตราต่อรองมักเดินผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
ประวัติและสายพันธุ์ไก่ชนบาหลี
เงินเดิมพันสำคัญกว่าความสนุกหรือไม่?
เงินเดิมพันสำคัญ แต่ไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมดของไก่ชนบาหลี เพราะการเดิมพันทำหน้าที่เชื่อมผลการแข่งขันเข้ากับเกียรติ สถานะ และความผูกพันระหว่างบุคคล โดยเฉพาะเมื่อเดิมพันสูงจนผู้แพ้ต้องรับความอับอายต่อหน้าคนรู้จัก
Geertz แบ่งลักษณะการเดิมพันออกเป็นการเดิมพันศูนย์กลางระหว่างเจ้าของไก่กับผู้สนับสนุน และการเดิมพันรอบนอกระหว่างผู้ชมที่เข้าข้างแต่ละฝ่าย การเดิมพันศูนย์กลางมักมีความหมายทางสังคมสูงกว่า เพราะผู้แข่งขันเกี่ยวข้องกันโดยตรงและมักอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ในทางกลับกัน การเดิมพันรอบนอกเปิดพื้นที่ให้คนจำนวนมากเข้าร่วมโดยไม่ต้องรับภาระทางเกียรติเท่ากัน ความแตกต่างนี้เป็นหนึ่งในข้อมูลเชิงลึกที่บทความทั่วไปมักไม่กล่าวถึง เพราะหลายบทความทำเหมือนเงินทุกบาทมีความหมายเท่ากัน ซึ่งแน่นอนว่าในโลกจริงไม่มีอะไรเรียบง่ายขนาดนั้น
แนวคิด “การเล่นลึก” อธิบายสถานการณ์ที่ต้นทุนของการแพ้สูงจนการเดิมพันไม่สามารถอธิบายด้วยเหตุผลด้านผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวได้ งานของ Jeremy Bentham เคยตั้งคำถามว่าการเล่นที่เสี่ยงเกินไปเป็นเรื่องสมเหตุสมผลหรือไม่ แต่ Geertz ใช้แนวคิดนี้กลับด้าน เขาเสนอว่าความเสี่ยงสูงทำให้ความหมายทางสังคมเข้มข้นขึ้น เพราะชัยชนะไม่ได้มอบแค่เงิน หากยังมอบภาพลักษณ์ของความกล้า ความสามารถ และการสนับสนุนจากเครือข่าย

Photo by Erwin Bosman on Pexels
สามสิ่งที่มีน้ำหนักมากที่สุดคืออะไร?
องค์ประกอบสำคัญสามประการคือ ไก่ในฐานะตัวแทนของชายเจ้าของ เกียรติในฐานะเดิมพันเชิงสัญลักษณ์ และเครือข่ายสังคมในฐานะกลไกกำหนดความหมาย ทั้งสามส่วนทำงานร่วมกันจนการแข่งขันหนึ่งครั้งกลายเป็นการแสดงตัวตนของทั้งกลุ่ม
1. ไก่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของชายเจ้าของ
ในวัฒนธรรมบาหลี คำที่เกี่ยวข้องกับไก่ตัวผู้สามารถเชื่อมโยงกับความเป็นชาย อารมณ์รุนแรง และอำนาจได้ Geertz จึงไม่ได้อธิบายไก่ในฐานะสัตว์เศรษฐกิจเท่านั้น แต่ศึกษาว่าไก่ถูกผูกเข้ากับภาพลักษณ์ของเจ้าของอย่างไร เจ้าของอาจดูแลไก่อย่างพิถีพิถัน ฝึกมัน เลือกคู่แข่ง และวางเดิมพันราวกับกำลังส่งตัวแทนของตนเองเข้าสู่เวที
จุดนี้ไม่ได้หมายความว่าชาวบาหลีทุกคนคิดเหมือนกัน หรือทุกการแข่งขันต้องมีความหมายลึกเท่ากัน การวิเคราะห์ของ Geertz เป็นการตีความรูปแบบทางวัฒนธรรมจากบริบทที่เขาศึกษา ไม่ใช่ใบอนุญาตให้เหมารวมคนบาหลีทั้งประเทศ งาน Deep Play: Notes on the Balinese Cockfight จึงควรอ่านพร้อมความระมัดระวังเรื่องขอบเขตของหลักฐานด้วย
2. เกียรติคือเดิมพันที่มองไม่เห็น
เงินสามารถนับได้ แต่เกียรติไม่แสดงยอดคงเหลือให้ดู นั่นแหละความยุ่งยากและความน่าสนใจพร้อมกัน การแพ้ต่อหน้าญาติหรือคู่แข่งในชุมชนอาจกระทบชื่อเสียงมากกว่าจำนวนเงินที่เสียไปจริง ขณะที่ชัยชนะอาจยืนยันความสามารถและตำแหน่งของเจ้าของในสายตาผู้อื่น
Geertz ใช้คำว่า “การเดิมพันเชิงสถานะ” เพื่อชี้ว่าความเสี่ยงทางการเงินเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแข่งขัน เมื่อผู้คนรู้จักกันอยู่แล้ว การเดิมพันทำหน้าที่สื่อสารความสัมพันธ์ เช่น การสนับสนุน การท้าทาย การประนีประนอม หรือการแสดงความมั่นใจ การตีความเช่นนี้อธิบายได้ว่าทำไมคนบางคนจึงเลือกเดิมพันในสถานการณ์ที่ผลตอบแทนทางการเงินดูไม่คุ้มค่า หากใช้สูตรกำไรขาดทุนแบบนักบัญชีมองทุกอย่าง ก็จะเหลือแค่คำถามว่า “ทำไมไม่หยุด” ซึ่งเป็นคำถามที่ฉลาดน้อยกว่าที่ผู้ถามคิด
3. เครือข่ายสังคมกำหนดว่าใครชนะจริง
ผลบนสนามบอกว่าไก่ตัวใดชนะ แต่ความหมายหลังการแข่งขันขึ้นอยู่กับว่าใครอยู่ที่นั่น ใครสนับสนุนฝ่ายใด และชุมชนตีความเหตุการณ์อย่างไร การแข่งขันจึงไม่ได้จบเมื่อไก่ตัวหนึ่งพ่ายแพ้ แต่ดำเนินต่อผ่านบทสนทนา การจัดลำดับความทรงจำ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม
- เจ้าของไก่สื่อสารสถานะผ่านการเตรียมตัวและการเลือกคู่แข่ง
- ผู้ชมแสดงความสัมพันธ์ผ่านการเดิมพันรอบนอก
- ผู้ชนะได้รับทุนทางสังคม ไม่ใช่เพียงเงินรางวัล
- ผู้แพ้อาจเสียหน้า แม้ความเสียหายทางการเงินจะไม่มาก
- สนามทำให้ความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ปรากฏต่อสาธารณะ
ข้อมูลเชิงลึกอีกประการคือ การแข่งขันทำหน้าที่เป็น “การจำลองความขัดแย้ง” ที่มีขอบเขต กติกา และตอนจบ ผู้คนสามารถแสดงความเป็นคู่แข่งโดยไม่ทำลายชุมชนทั้งหมด นี่ไม่ได้ทำให้การพนันปลอดภัยหรือดีงามขึ้น เพียงแสดงว่าพิธีกรรมทางสังคมบางอย่างใช้ความเสี่ยงเพื่อจัดการความตึงเครียด ซึ่งเป็นกลไกซับซ้อนกว่าคำว่า “ชอบลุ้น” หลายระดับ
มีข้อยกเว้นและจุดที่มักเข้าใจผิดอะไรบ้าง?
ไก่ชนบาหลีไม่ควรถูกสรุปว่าเป็นภาพแทนของบาหลีทั้งหมด และไม่ควรนำแนวคิดของ Geertz ไปอธิบายสนามไก่ชนไทยโดยตรงโดยไม่ตรวจสอบบริบท กฎหมาย โครงสร้างชุมชน และระบบการเดิมพันของแต่ละพื้นที่ เพราะความคล้ายกันของสัตว์และการแข่งขันไม่ได้แปลว่าความหมายทางสังคมเหมือนกัน
ข้อควรระวังสำคัญมีดังนี้
ไม่ใช่ทุกการเดิมพันจะเป็นการเล่นลึก
Geertz สนใจการแข่งขันที่เดิมพันเชื่อมกับสถานะและความสัมพันธ์เป็นพิเศษ การเดิมพันเล็ก ๆ ระหว่างคนที่ไม่รู้จักกันอาจมีความหมายทางสังคมน้อยกว่ามากไม่ใช่ทุกคนมีความเสี่ยงเท่ากัน
เจ้าของไก่ ผู้สนับสนุน ผู้ชม และคนรับพนันอยู่คนละตำแหน่ง ความเสียหายทางเงินและชื่อเสียงจึงไม่เท่ากัน การพูดว่า “ชุมชนเดิมพันร่วมกัน” อาจกลบความไม่สมดุลนี้กฎหมายเปลี่ยนบริบทของสนาม
การแข่งขันที่ตำรวจอินโดนีเซียมองว่าเป็นกิจกรรมผิดกฎหมายย่อมมีความหมายต่างจากสนามที่ได้รับอนุญาต กฎหมายไม่ได้อยู่ข้างสนามแบบผู้ชมเงียบ ๆ แต่มันกำหนดว่าใครกล้าเข้าร่วมและใครต้องหลบซ่อนงานคลาสสิกก็มีข้อจำกัด
บทความของ Geertz มีอิทธิพลอย่างมาก แต่การตีความอาศัยหลักฐานจากช่วงเวลาและพื้นที่เฉพาะ ผู้อ่านควรดูงานวิจัยร่วมสมัยประกอบ โดยเฉพาะประเด็นเพศ ชนชั้น อำนาจรัฐ และเสียงของผู้ที่ไม่ได้อยู่ในศูนย์กลางการแข่งขัน
ตามคำอธิบายของ สารานุกรมบริแทนนิกา Geertz มีชื่อเสียงจากการศึกษาวัฒนธรรมผ่านความหมายที่ผู้คนมอบให้กับการกระทำ แนวทางนี้ช่วยให้เราไม่มองพิธีกรรมเป็นสิ่งประดับฉาก แต่ต้องถามว่าใครได้ประโยชน์ ใครถูกกีดกัน และใครมีอำนาจกำหนดความหมาย นอกจากนี้ สมาคมมานุษยวิทยาอเมริกัน ยังเน้นความสำคัญของบริบทและจริยธรรมในการทำงานภาคสนาม ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ควรใช้เมื่ออ่านงานของ Geertz เช่นกัน
มีประโยคหนึ่งที่สรุปวิธีคิดของงานนี้ได้ดี: “มนุษย์เป็นสัตว์ที่แขวนอยู่ในใยแห่งความหมายที่ตนเองถักทอขึ้น” ข้อความนี้มาจากหนังสือ The Interpretation of Cultures ของ Geertz ไม่ใช่คำอธิบายว่าไก่ชนเป็นเรื่องลึกลับ แต่เป็นคำเตือนว่าการกระทำธรรมดามักมีความหมายหลายชั้นกว่าที่ตาเห็น
กติกาสนามไก่ชนและบทบาทผู้ตัดสิน

Photo by Jeffry Surianto on Pexels
แล้วบทความนี้ยังมีคุณค่าอย่างไร?
Deep Play: Notes on the Balinese Cockfight ยังมีคุณค่าเพราะสอนให้ผู้อ่านวิเคราะห์กิจกรรมสาธารณะผ่านความหมาย ความสัมพันธ์ และอำนาจ ไม่ใช่ดูเฉพาะผลลัพธ์ งานปี 1973 ของ Clifford Geertz ทำให้ไก่ชนบาหลีกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของมานุษยวิทยาเชิงตีความ แม้ข้อสรุปควรถูกอ่านภายใต้บริบททางประวัติศาสตร์และข้อจำกัดของข้อมูล
หากนำบทเรียนไปใช้กับไก่ชนไทย ควรเริ่มจากคำถาม ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป ได้แก่ ใครเป็นผู้กำหนดกติกา ใครได้ประโยชน์จากการเดิมพัน ใครเสียชื่อเสียงเมื่อแพ้ และสนามทำหน้าที่เป็นพื้นที่แข่งขันหรือพื้นที่สร้างความสัมพันธ์กันแน่ การเปรียบเทียบกับบาหลีอาจช่วยให้เห็นโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ แต่ไม่ควรลบความแตกต่างระหว่างจังหวัด ชุมชน และระบบกฎหมาย
คู่มือไก่ชนจึงเหมาะกับการใช้เป็นแหล่งอ่านประกอบเรื่องพันธุ์ การฝึก การตัดสิน และวัฒนธรรมสนามไทย มากกว่านำไปอ้างว่าไก่ชนทุกแห่งมีความหมายแบบเดียวกับบาหลี เพราะนั่นไม่ใช่การวิเคราะห์ แต่เป็นการเอาป้ายชื่อไปแปะบนโลกแล้วหวังให้โลกเชื่อฟัง การอ่านที่ดีที่สุดคืออ่าน Geertz อย่างเคารพ พร้อมตรวจสอบหลักฐานและฟังเสียงของคนในพื้นที่จริง
โดยสรุป ไก่ชนบาหลีในงานของ Geertz ไม่ได้สำคัญเพราะมันแปลกหรือดิบเถื่อน แต่สำคัญเพราะมันทำให้เห็นว่ามนุษย์ใช้การแข่งขันเพื่อพูดเรื่องตัวตน เกียรติ และความสัมพันธ์อย่างไร สนามเล็ก ๆ จึงกลายเป็นหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดให้เห็นโครงสร้างสังคมทั้งชุมชน
การวิเคราะห์วัฒนธรรมไก่ชนไทย
คำถามที่พบบ่อย
Q: Deep Play: Notes on the Balinese Cockfight คืออะไร?
A: Deep Play: Notes on the Balinese Cockfight คือบทความมานุษยวิทยาของ Clifford Geertz ที่ตีพิมพ์ในปี 1973 และวิเคราะห์ไก่ชนบาหลีในฐานะพิธีกรรมทางสังคม บทความอธิบายว่าเงินเดิมพันเชื่อมโยงกับเกียรติ สถานะ ความเป็นชาย และเครือข่ายความสัมพันธ์อย่างไร แนวคิดหลักคือ “การเล่นลึก” ซึ่งหมายถึงการแข่งขันที่ความเสี่ยงสูงจนไม่สามารถอธิบายด้วยผลกำไรทางการเงินเพียงอย่างเดียว
Q: การเล่นลึกในไก่ชนบาหลีหมายถึงอะไร?
A: การเล่นลึกหมายถึงการเดิมพันที่มีความหมายและความเสี่ยงทางสังคมสูงกว่ามูลค่าเงินโดยตรง ผู้แพ้อาจเสียหน้า เสียสถานะ หรือเสียความน่าเชื่อถือต่อหน้าคนในชุมชน แม้ Geertz ใช้แนวคิดจาก Jeremy Bentham แต่เขานำมาอธิบายว่าเหตุใดผู้คนจึงยอมรับความเสี่ยงเมื่อเกียรติและตัวตนเข้ามาเกี่ยวข้อง
Q: ไก่ชนบาหลีแตกต่างจากไก่ชนไทยอย่างไร?
A: ไก่ชนบาหลีในงานของ Geertz ถูกศึกษาในฐานะสัญลักษณ์ทางสังคม ส่วนไก่ชนไทยต้องพิจารณากฎสนาม ระบบท้องถิ่น และกฎหมายไทยเป็นรายบริบท ความคล้ายกันคือการแข่งขันอาจเชื่อมกับชื่อเสียง เครือข่าย และการเดิมพัน แต่ไม่ควรสรุปว่าความหมายเหมือนกันทั้งหมด หากต้องการเปรียบเทียบ ควรตรวจสอบพื้นที่ ช่วงเวลา และกลุ่มผู้เข้าร่วมก่อน
Q: หากต้องการศึกษาบทความนี้ควรเริ่มจากตรงไหน?
A: ควรเริ่มจากอ่านบทความของ Clifford Geertz ควบคู่กับข้อมูลประวัติศาสตร์บาหลีและแนวคิดมานุษยวิทยาเชิงตีความ เริ่มจดคำสำคัญ เช่น เกียรติ สถานะ การเดิมพันรอบกลาง การเดิมพันรอบนอก และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม จากนั้นแยกสิ่งที่ Geertz สังเกตออกจากสิ่งที่เขาตีความ เพื่อไม่ให้ข้อสรุปกลายเป็นข้อเท็จจริงแบบเหมารวม
Q: การอ่าน Deep Play มีค่าใช้จ่ายหรือไม่?
A: การอ่านข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ Deep Play ผ่านแหล่งสาธารณะ เช่น วิกิพีเดียและบทความวิชาการที่เปิดเผย อาจไม่มีค่าใช้จ่าย แต่หนังสือหรือฐานข้อมูลอย่างเจเอสทีโออาร์บางรายการอาจต้องสมัครสมาชิกหรือชำระเงิน ผู้อ่านควรตรวจสอบลิขสิทธิ์และใช้แหล่งอ้างอิงจากมหาวิทยาลัย สำนักพิมพ์ หรือสมาคมวิชาการที่น่าเชื่อถือ
Q: จุดอ่อนของการวิเคราะห์ไก่ชนบาหลีโดย Geertz คืออะไร?
A: จุดอ่อนหลักคือข้อสรุปอาจสะท้อนมุมมองของนักวิจัยจากช่วงเวลาและพื้นที่เฉพาะมากกว่าประสบการณ์ของคนบาหลีทั้งหมด งานนี้ยังควรอ่านร่วมกับการศึกษาสมัยใหม่เรื่องเพศ ชนชั้น อำนาจรัฐ และกฎหมาย เพราะผู้ชม เจ้าของไก่ ผู้หญิง คนยากจน และเจ้าหน้าที่รัฐอาจมีประสบการณ์ต่อสนามไม่เหมือนกัน การอ่านอย่างมีวิจารณญาณจึงสำคัญพอ ๆ กับการเข้าใจแนวคิดหลัก

ต้องการอ่านประเด็นไก่ชน วัฒนธรรมสนาม และกติกาไทยต่ออย่างเป็นระบบ สามารถติดตามเนื้อหาจาก คู่มือไก่ชน ได้ที่นี่